3 วัน 2 คืน Outing @Singapore Day 2

วันที่ 2 ของเราที่อยู่ต่างแดน ตื่นเช้ามาบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน สุดท้ายฝนก็ตกจนได้ แพลนวันนี้ตามตารางจะนำเราไปปล่อยไว้ที่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studio Singapore) จนถึง 5 โมงเย็น จะเป็นอย่างไรมาติดตามกันครับ

หลังจากวันแรกผ่านไปแล้ว วันที่สองฝนตกตั้งแต่เช้า ไกด์โทรปลุก Morning Call ตอน เจ็ดโมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมารับประทานอาหาร บรรยากาศวันนี้ก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝน สุดท้ายก็ตกจนได้ตกหนักด้วย ฮ่าๆ

พอถึง 9 โมงรถบัสมารับคนที่นี่ตรงต่อเวลา บ้านเมืองที่สิงคโปร์ สะอาด ร่มรื่นต้นไม้เยอะมาก หายใจแล้วรู้สึกถึงอากาศที่บริสุทธิ์พอสมควร ผู้คนมีวินัย ผมสังเกตุจากการข้ามทางม้าลาย เป็นการข้ามแบบใจเย็นไม่ต้องกลัวรถชน เพราะคนที่นี่จะจอดให้คนเดินข้ามถนน จนกว่าจะพ้นทางมาลายรถถึงจะวิ่ง

ระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย รถเมล์มาตามเวลา ไม่ต้องจ่ายแบงค์ร้อยให้กระเป๋ารถเมล์หัวร้อนเพราะเป็นบัตรโดยสารแบบการ์ด ติ๊ดอย่างเดียว ฮ่าๆ

ทริปนี้ขออนุญาติเล่าให้ฟังแค่เครื่องเล่นที่ได้เล่นนะครับ เพราะอันที่ไม่ได้เล่นก็ไม่รู้จะเล่ายังไง ฮ่าๆ

Universal ในวันที่ฝนตก

ออกเดินทางประมาณ 9 โมง ใช้เวลาไม่นานก็ถึง Universal ฝนยังกระหน่ำไม่หยุด ฮ่าๆเนื่องจาก Universal มีทั้งกลางแจ้งและในร่มจึงไม่เป็นปัญหาต่อการเล่นเครื่องเล่นเพราะฝนที่นี่ไม่ตกทั้งวันแน่นอน ไกด์บอกมา ที่นี่นำเข้าได้แค่น้ำดื่มเท่านั้น อาหาร ขนม เข้าบ่ได้เด้อ

ตกอย่างแรงหนิ๊

หน้าทางเข้าจะมีรูปโลกไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ดีนะพกเสื้อกันฝนมาจากเมืองไทยไม่งั้นเสียตังค์อีกหลายบาท ฮ่า ระหว่างรอตั๋วจากไกด์ก็ถ่ายรูปเล่นๆ ไปก่อน

ทางเข้า ช่วงนี้ใกล้ตรุษจีน

สำหรับตั๋วก็จะมีสองแบบคือแบบลัดคิว(คนใจร้อน) กับ แบบธรรมดา(คนทั่วไป) ตั๋วคนใจร้อนเรียกว่า Express Pass คือจะมีช่องทางเข้าไปเล่นเครื่องเล่นแบบไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนคนทั่วไป ราคาก็น่าจะแพงอยู่ และบางเครื่องเล่นจะมีช่อง Single คือจะคอยไปเติมบุคคลอื่นให้เครื่องเล่นที่นั่งเต็ม

Express Pass เหมาะกับคนที่ไม่อยากยืนต่อคิวนานครับ จะได้เข้าช่องพิเศษ รอเล่นไม่เกิน 10 นาที หรือมากกว่าถ้าคนรวยเยอะ มี 2 แบบ
1. แบบปกติ ใช้ลัดคิวได้ 1 ครั้งต่อ 1 เครื่องเล่น (ทั้งหมด 15 เครื่องเล่น) เฉพาะวันที่ระบุเท่านั้น
2. แบบ Unlimited ใช้ลัดคิวได้ไม่จำกัดครั้ง ต่อ 1 เครื่องเล่น (ทั้งหมด 15 เครื่องเล่น) เฉพาะวันที่ระบุเท่านั้น

หลังจากเข้าไปใน Universal ถ้าใครจะออกมาต้องเก็บบัตรไว้ให้ดีนะครับ ถ้าบัตรหายจะไม่สามารถกลับเข้าไปใหม่ได้ ก่อนออกเค้าจะมี จนท. ปั้มแขนเรา แต่ผมสังเกตุ มองแทบไม่เห็นตราปั้มที่แขน ฮ่าๆ

พอเข้าไปข้างในแล้วก็ถามไกด์ก่อนเลยว่าต้องไปเล่นตัวไหนก่อน ก็ได้คำแนะนำว่า Transformer ก่อนเลยเนื่องจากฝนยังตกโปรยปรายอยู่ Transformer จะอยู่ในร่ม จึงรีบพากันมุ่งหน้าไปที่นี่ โชคดีคนยังไม่เยอะ รอไม่ถึง 10 นาทีก็ได้เล่น

ผมเริ่มจากเลี้ยวขวาก่อนเลยครับ หลังจากเดินเข้ามาในทางเข้าแล้ว ถ้าเลี้ยวขวาจะได้เล่น Transformer ก่อน

bb

Transformer อันนี้คุณนายเล่นด้วยจ้า เป็นเครื่องเล่นแนว 3Dให้เราขึ้นไปนั่งรถ จะเป็นรถราง แล้วสวมแว่นตา 3D สนุกมาก มีหวาดเสียวบ้าง ถ้าใครกลัวก็ต้องถอดแว่น ฮ่าๆ ว่าจะไปเล่นอีกรอบตอนเย็น คนเยอะจ้า

ไปต่อไม่รอแล้วนะ แม้ฝนจะยังโปรยปรายอยู่เราก็ไม่กลัว อาสัยช่วงนี้แหละคนน้อย ไม่ต้องรอคิวนานไปถึงได้เล่นเลย ไปที่เครื่องเล่นต่อไป น่าจะเสียวที่สุด หรือป่าวไม่แน่ใจ รถไฟเหอะคุณนายรออยู่ข้างล่างจ้ากลัว

อย่างมันส์

CYLON อันนี้เป็นเครื่องเล่นที่พลาดไม่ได้กันเลยทีเดียว เสียวสุดๆ แล้วไปอยุดอยู่ที่บนฟ้า รอดมาได้ เป็นเครื่องเล่นที่รางอยู่ข้างบนแล้วให้เราห้อยขาเหมือนโดนแขวนไว้

อันนี้ก็สุดจัด นันยาง ฮ่าๆ

HUMAN แค่ใจถึงก็ไปถึง คนเป็นโรคหัวใจห้ามเล่น ฮ่าๆ อันนี้จะเสียวน้อยกว่า CYLON รอไม่นานเหมือนกันจ้า คนกลัวฝนกัน

Human VS Cylon อันนี้คือสุดยอดเครื่องเล่นของที่นี่เลยคุณไม่เล่นถือว่าพลาด ฮ่าๆ ที่นี่ต้องฝากของไว้ที่ locker แต่คุณนายไม่เล่นผมจึงฝากคุณนายไว้ อิๆ

ก่อนเข้าไปเล่นต้องฝากกระเป๋าและสัมภาระทุกอย่างในล็อกเกอร์ครับ มี 2 ราง คือ
– Human (รางสีแดง) เป็นรถไฟเหาะปกติครับ ไม่ได้หวาดเสียวมากเท่าไหร่ วิ่งค่อนข้างเร็ว สนุกมาก
– Cylon (รางสีเทา) เป็นรถไฟเหาะแบบห้อยขา อันนี้หวาดเสียว เพราะเอียงตัวค่อนข้างเยอะ เหวี่ยงหนักกว่า มีขาลอย

เมื่อเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเครื่องเล่นที่คิดว่า น่ากลัวที่สุดแล้วเราก็เดินทางต่อไปเล่นเครื่องเล่นอันใหม่ Revenge of the Mummy เป็นรถไฟเหาะผจญภัยในที่มืด มีเหวี่ยง ถอยหลัง ลงเหว มีเปลวไฟ

เอ๊ะใจตั้งแต่ต้องเก็บของเข้า locker แล้ว คุณนายเล่นด้วย ฮ่าๆ เดินเข้าไปลึกพอสมควรกว่าจะถึงจุดขึ้นเครื่องเล่น นึกว่าจะไม่เสียว ที่ไหนได้ มืด มองไม่เห็น มีความร้อน วิ่งเร็วอีก ไปลองเอง

มันใหญ่มาก

ล็อกเกอร์ที่นี่จะใช้วิธีสแกนนิ้วในการจองฟรีครับ 45 นาทีแรก อย่าลืมเลข Locker ละ ฮ่าๆ จองโดยการสแกนนิ้วครับ ถ้าเบอร์ไหนว่าง ก็จะแสดงหมายเลข locker ที่หน้าจอ แล้วก็ใส่สัมภาระของเราเข้าไป ค่อนข้างกว้างใส่ของได้เยอะ ถ้าไปด้วยกัน 2-3 คนก็รวมๆ กันใส่ได้ครับ ถ้ากลัวคิวนานแนะนำหยิบเงินใส่กระเป๋าสักใบก็ดีครับ เผื่อเกินเวลา สำหรับเวลารับกระเป๋าคืนก็ให้สแกนนิ้วเหมือนเดิมครับ เลข locker จะสำคัญตอนนี้แหละ เพราะตอนสแกนเอากระเป๋า มันไม่แจ้งเลข จ้าาาา

Jurassic Park

ไปต่อจ้า หลังจากออกจาก Revenge of the Mummy ก็เดินไปเจอ Jurassic Park อยู่ไม่ไกลกัน

คนเริ่มเยอะ เครื่องเล่นนี้ใช้เวลานานพอสมควร ที่นี่ต้องฝากสัมภาระไว้เหมือนกันถ้าใครกลัวเปียก แต่ถ้าใครมีเสื้อกันฝนก็สามารถหอบเข้าไปได้ เนื่องจากผมไม่รู้ว่าเอาสัมภาระลงได้เลยไม่ได้หยิบกล้องมาด้วย ไม่มีรูปจ้า เนื่องจากงกเงิน เลยให้อีกคนวิ่งกลับไปที่ Revenge of the Mummy เพื่อฝากสัมภาระฟรีจ้า แล้วก็รีบวิ่งกลับมาที่ Jurassic Park ไม่ไกลกันมากประมาณ 200 เมตร ฮ่าๆ

Jurassic Park เป็นเครื่องเล่นแนวนั่งในแพกลมๆ แล้วล่องแก่ง ไหลวนตามน้ำไปเรื่อยๆ ฉากจบไปลองเอง ฮ่าๆ ถ้ากลัวเปียกไม่ต้องเล่นเด้อ

หลังจากเล่นเสร็จก็รีบวิ่งไปเอากระเป๋า สรุปเวลายังไม่เกิน 45 นาทีมั้งไม่แน่ใจ เพราะยังสแกนเอากระเป๋าได้ ลุ้นแทบแย่เพราะไม้ได้เอาเงินออกมาจากกระเป๋าเลย

Puss in Boots

มาถึงเครื่องเล่นสุดท้ายที่ไปเที่ยวครั้งนี้ รอนานเฮี้ยมๆ Puss in Boots’ Giant Journey ยืนจนปวดขา ปวดดาก

เครื่องเล่นนี้ก็สนุกดีครับ ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ คุณนายเล่นด้วย มองเห็นวิวด่านล่างสวยดี ยังไม่หายตื่นเต้นเลย กลับมาจุดเริ่มต้นละ รอตั้งนาน ฮ่าๆ

หลังจากเล่น Puss in Boots’ Giant Journey เสร็จหิวข้าวเลยเดินหาร้านข้าวกิน สรุปเดินวนจนมาถึงหน้าทางเข้า ฮ่า ก็ไปเจอร้านเบอเก้อ ร้านหนึ่งคนเยอะดีเลยแวะไปชิม

ชื่อร้าน อ่านไม่ออก

อร่อยใช้ได้เลยล่ะ หลังจากกินอิ่มก็เริ่มง่วงและขี้เกรียจ เลยตัดสินใจพากันออกจาก Universal Studios ว่าจะไป Beach Station แต่หลงทางจ้า หาสถานีรถไปไม่เจอ จึงแอบไปเดินเล่น ข้าง Universal Studios

รถไฟฟ้า
ฝนหยุดแล้ว

พอถึงเวลานัด 5 โมงเย็นรถบัสก็มารับ และเดินทางต่อไปยังจุดสำคัญอีก 1 จุดที่มาที่สิงคโปร์แล้วจะพลาดเป็นไม่ได้คือ “เมอร์ไลออน

เมอร์ไลออน

ออกจาก Universal Studios นั่งรถไม่นานก็ถึงจุดชมวิว เมอร์ไลออน แล้วจ้า อีกฝั่งก็จะเป็นจุดชมวิวที่เราไปดู ารแสดงโชว์ แสง สี เสียง คืนแรกที่ผ่านมา

หลังจากชมวิวที่เมอร์ไลออน ก็เดินทางต่อไปยัง clarke quay เหมือนจะเป็นแหล่งอาหาร มีนักท่องเที่ยวมากินอาหารที่นี่เพียบเลยจ้า บริษัททัวร์จะพาเรามาหาของกินที่นี่ก่อนกลับโรงแรม เดินเล่นสักพักก็ถึงเวลากลับโรงแรม

พอถึงโรงแรมก็ได้เวลาอาหารเย็น เราเตรียมมาม่าคัพ จากกรุงเทพไปจ้าฮ่าๆ งกสุดๆ ตอนชดไม่ได้ถ่ายไว้ เขิล ฮ่าๆ

หลักจากอาบน้ำ กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว เรามีแพลนจะไปชมแสงไฟตอนกลางคืน จุดที่เราจะไปคือจุดที่เราไปชมแสง สี เสียง วันแรก จะไปซ้ำเพราะจะได้มีเวลาเดินถ่ายรูปให้หนำใจ

แผนที่รถไฟฟ้า

เวลาประมาณ 20.30 ได้เวลาเดินทาง โชคดีที่โรงแรมอยู่ติดรถไฟใต้ดินเลยจึงทำให้การเดินทางสะดวก เราขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานี Lavender เป็นรถสายเขียวตามภาพ เนื่องจากเป็นการขึ้นรถไฟฟ้าที่นี่ครั้งแรก ทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ได้ถ่ายละเอียดไว้เลย ซื้อตั๋วแบบไปกลับ เพราะไม่รู้เรื่อง ตั๋วแบบนี้จะมีอายุการใช้งานของมัน กี่ชั่วโมงไม่รู้ครับ แต่ตั๋วแบบเที่ยวเดียวก็มีนะ เราซื้อไม่ถูก มั่วๆ ไป

จุดที่ 1 คือจุดที่เราขึ้นรถ Lavender ไปเปลี่ยนสายที่สถานี จุดที่ 2 สถานี Bugis แล้วก็เดินไกลพอสมควรในการเปลี่ยนสายไปสายสีน้ำเงิน ชื่อสายว่า Downtown Line แต่ผมไม่รู้ว่าสายไหนเป็นสายไหน โชคดีที่มีพี่ที่เคยมา พาไปเลยไม่หลง ฮ่าๆ เดินตามป้ายอย่างเดียว รถไฟฟ้าที่นี่ เส้นที่เราจะไปมันจะเด่นกว่า(อันนี้ตรงจุดที่เรารอรถจะมีให้ดูว่าไปไหน) ขึ้นให้ถูกฝั่งก็พอ รถไฟฟ้าไม่มีคนขับ แจ่มแมว แล้วเราก็มาลงจุดที่ 3 ตอนตี๊ดบัตรออกแปลกใจทำไม่เงินยังเหลือในบัตรที่ไหนได้มันเป็นตั๋วเที่ยวไป- กลับ ฮ่าๆ เดินตามป้ายทางออก ให้ดูป้ายที่เขียนว่า Gardens by the bay

เราไปถึงสามทุ่มนิดทันแสดงโชว์อยู่แต่เกือบจะจบแล้วแล้ว ทันช่วงที่สองพอดี

ตึก
ทางเดิน
หลุย

แสดงแสงสีเสียงเรียบร้อยแล้วก็เดินถ่ายรูป สบายใจ ฟินนนนนน กันไป ที่นี่กลางวันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลางคืนตึกสวยมากจ้า ถ่ายรูปเพลินอยู่จุดนี้เกือบชั่วโมง เลยต้องเรียบเคลื่อนย้ายไปยังอีกจุด Suppertree

เดินมาเหนื่อยก็หายเหนื่อยเมื่อถึงงจัดหมาย ฮ่าๆ เสียดายไม่รู้ช่วงเวลาที่เค้าโชว์ไฟที่นี่ มันจะมีหลากหลายสี แต่เรามาดึกเลยไม่ได้เห็น หลักจากนี้ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย เดินจนจะก้าวขาไม่ออกฮ่าๆ บรรยากาศกลางคืนไม่ค่อยน่ากลัว อากาศดี

เราเดินไปเล่นกันที่ริมแม่น้ำถ่ายรูปไปเรื่อย ช่วงนี้ไม่มีรูปเพราะยกขาตั้งกล้องให้น้องอีกคนไปแล้ว ก็ได้แต่เดินชมวิวอย่างเดียว เนื่องจากเราไปเสียเสลากับจุดแรกนานไปหน่อย เราก็เลยต้องเดินแบบรีบนิดนึง เพราะกลัวรถไฟฟ้าหมด

เดินข้ามสะพานไฟเกลียว แวะถ่ายรูปนานไม่ได้ฮ่าๆ รีบๆ เดี๋ยวไม่ทันรถ ขึ้นรถสายเดิมจ้า มายังไงก็กลับอย่างงั้นเดียวหลง แต่เราเปลี่ยนสถานีขึ้นเป็น Promenade ก็เดินทางเหมือนตอนมา นั้นแหละครับ พอลงรถที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Lavender ได้ยินประกาศว่า รถไฟฟ้าเที่ยวนี้เป็นเที่ยวสุดท้ายแล้ว (ตอนลงรถประมาณ 23.30 น.) มันพีคตรงนี้จ้า เกือบได้นั่ง Taxi แล้วไหมละ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าไป-กลับจำไม่ได้แฮะ ประมาณ 2 เหรียญ กว่าๆ

หลังจากกลับมาจากเที่ยวคุณนาย(แฟน) จ้า เลยเดินไปซื้อข้าวที่เซเวนข้าวพะแนง 3 เหรียญกว่าดอล ต้องเวฟเองจ้า น้ำที่นี่ค่อนข้างแฟง บริษัททัวร์แจกให้เราวันละขวด เราต้องเก็บขวดไว้เพื่อนกรอกไว้ดื่ม มีจุดบริการน้ำดื่มหลายจุดจ้า

ถึงโรงแรมแล้วคุณนายก็นั่งกินข้าว ผมก็ต้มมาม่าต่อไป ฮ่าๆ ได้เวลานอน ฝันดีครับ

เดินทั้งหมดของวันนี้

>>> วันที่ 1 จ้า <<<

ติดตามวันสุดท้ายวันช้อปปิ้งแห่งชาติ

One thought on “3 วัน 2 คืน Outing @Singapore Day 2

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.